วว. /พันธมิตรภาครัฐ-เอกชน ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือการพัฒนาชุมชนนวัตอัตลักษณ์ “กระเบื้องดินเผาตุ๊กตาชาววัง จังหวัดอ่างทอง”

ดร. อาภารัตน์  มหาขันธ์  รองผู้ว่าการวิจัยและพัฒนาด้านพัฒนาอย่างยั่งยืน  สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม  (อว.) ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือการพัฒนาชุมชนนวัตอัตลักษณ์ด้วยการพัฒนากระเบื้องดินผาตุ๊กตาชาววัง ร่วมกับ นายพสิษฐ์  พรหมภักดี  พาณิชย์จังหวัดอ่างทอง  นางศุภวรรณ  ขวัญเขียว  พัฒนาชุมชนอำเภอป่าโมก  นายวิทยา  คมคาย  นายกองค์การบริหารส่วนตำบล   บางเสด็จ  นายตวงธรรม  อัครประภากุล  กรรมการบริษัท เอส.ซี.ซี.อินเตอร์เทรด จำกัด  และนายพิรญาณ์  น่วมด้วง ประธานศูนย์ตุ๊กตาชาววังบ้านบางเสด็จ เพื่อบูรณาการความร่วมมือในการผลิตและส่งเสริมการใช้ประโยชน์จากวัตถุดิบในชุมชน ผสมผสานกับงานฝีมือการปั้นตุ๊กตาชาววังจากดินเหนียว เพื่อพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์กระเบื้องดินผาตุ๊กตาชาววัง ให้เกิดผลิตภัณฑ์ใหม่ที่เป็นประโยชน์ในเชิงพาณิชย์ ส่งเสริมการพัฒนาเศรษฐกิจฐานราก ช่วยยกระดับความเป็นอยู่และคุณภาพชีวิตของชุมชนอย่างยั่งยืนต่อไป  ซึ่งเป็นการดำเนินงานของ วว. ที่เป็นรูปธรรม  ตามที่ได้รับมอบหมายจาก อว. ให้มีบทบาทหน้าที่ในการส่งเสริมการใช้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เพื่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก และผลักดันการทำงานแบบบูรณาการในลักษณะจตุภาคี หรือ Quadruple  Helix  ระหว่าง หน่วยงานวิจัย การศึกษา จังหวัด และชุมชน ทั้งภาครัฐและเอกชน เพื่อให้เกิดการทำงานและขับเคลื่อนเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน  เมื่อวันที่  8  กรกฎาคม  2563  ณ  องค์การบริหารส่วนตำบลบางเสด็จ  ต.บางเสด็จ อ.ป่าโมก จ.อ่างทอง

รายงานข้อมูลสถานการณ์การติดเชื้อโควิด-19 ณ วันพฤหัสบดีที่ 9 กรกฎาคม 2563 (ไม่มีผู้ติดเชื้อรายใหม่จากภายในประเทศ ติดต่อกันเป็นวันที่ 45)

🇹🇭🇹🇭ประเทศไทย
ผู้ติดเชื้อสะสม 3,202 ราย ใน 68 จังหวัด (เพิ่มขึ้น 5 ราย)
-ไม่มีผู้ติดเชื้อรายใหม่จากภายในประเทศ ติดต่อกันเป็นวันที่ 45
-และมีผู้ติดเชื้อในกลุ่มผู้ที่กลับจากต่างประเทศใน State quarantine เพิ่มขึ้น 5 ราย

เสียชีวิตรวม 58 ราย (ไม่มีรายงานผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นในวันนี้)

รักษาหายป่วยแล้ว 3,085 ราย (96.35%) (มีผู้ป่วยกลับบ้านเพิ่มขึ้น 11 ราย)

ผู้ติดเชื้อรายใหม่ที่เพิ่มขึ้นในวันนี้ 5 ราย เป็นผู้ที่เดินทางมาจากต่างประเทศและเข้า State quarantine โดยมีรายละเอียดดังนี้

  • มาจากสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ 4 ราย เข้า State quarantine โดยเข้ารับการรักษาที่กรุงเทพมหานคร (2 ราย) และจังหวัดชลบุรี (2 ราย)
  • มาจากประเทศอียิปต์ 1 ราย เข้า State quarantine โดยเข้ารับการรักษาที่จังหวัดสมุทรปราการ

🌐 สถานการณ์โลกในวันนี้ ยอดผู้ติดเชื้อสะสมทั่วโลกทะลุ 12 ล้านรายแล้ว โดยยอดผู้ติดเชื้อรายใหม่ทั่วโลกยังคงอยู่ในหลัก 2 แสนราย

สำหรับสถานการณ์ในอาเซียนวันนี้ อินโดนีเซียมีรายงานผู้ติดเชื้อรายใหม่ทำสถิติสูงที่สุดนับจากที่เคยรายงานมาอยู่ที่ 1,853 ราย ทำให้ยอดสะสมอยู่ที่ 68,079 รายแล้ว ในขณะที่ฟิลิปปินส์วันนี้มียอดผู้ติดเชื้อสะสมทะลุ 5 หมื่นรายแล้ว โดยมีการรายงานสถิติผู้ติดเชื้อรายใหม่สูงที่สุดนับจากที่เคยรายงานมาอยู่ที่ 2,486 ราย

ประมวลข้อมูลโดย กรมควบคุมโรค และศูนย์ปฏิบัติการด้านนวัตกรรมการแพทย์ และการวิจัยและพัฒนา สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษาฯ (อว.)

วช.ขอเชิญลงทะเบียนเข้าร่วมการประชุมมหกรรมงานวิจัยแห่งชาติ 2563 (Thailand Research Expo 2020)

หน่วยงานในระบบวิจัยทั่วประเทศ ร่วมกับ สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ขอเชิญลงทะเบียนเข้าร่วมการประชุมมหกรรมงานวิจัยแห่งชาติ 2563 (Thailand Research Expo 2020) ระหว่างวันที่ 2 – 6 สิงหาคม 2563 ณ โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ และบางกอกคอนเวนชันเซ็นเตอร์ เซ็นทรัลเวิลด์ กรุงเทพมหานคร ลงทะเบียนได้ที่ researchexpo.nrct.go.th ภายในวันที่ 31 กรกฎาคม 2563

สอบถามรายละเอียดได้ที่ 0 2561 2445 ต่อ 515 – 519 email: researchexpo@nrct.go.th

ไอแทป สวทช. ขอเชิญผู้ประกอบการร่วมสัมมนา The Global Reset แนวโน้มผลิตภัณฑ์ใหม่ภายใต้วิถี New และ Next Normal

โปรแกรมสนับสนุนการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรม (ITAP: ไอแทป) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ขอเชิญผู้ประกอบการ SME ที่สนใจเข้าร่วมสัมมนา ฟรี! ในหัวข้อ “The Global Reset : การเปลี่ยนแปลงของโลกอันเนื่องมาจากวิกฤติการณ์ COVID-19 ส่งผลให้เกิดการพลิกระบบโลกใหม่” ภายใต้โครงการชนชราแห่งอนาคต เพื่อทราบถึงแนวโน้มใหม่สำหรับผลิตภัณฑ์ภายใต้วิถีแบบ New Normal และ Next Normal พร้อมการเสวนาใน 3 ประเด็น ได้แก่ การพัฒนาแพลตฟอร์ม วัสดุ (material) และบริการ (service) นำโดยวิทยากรจาก สวทช. TCDC ร่วมด้วย FabLab Thailand และผู้ประกอบการนวัตกรรมในโครงการชนชราแห่งอนาคต ในวันจันทร์ที่ 20 กรกฎาคม 2563 เวลา 08.30 - 16.00 น. ณ ห้องประชุม ชั้น 9 อาคารสำนักวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ กรุงเทพฯ ผู้ประกอบการที่สนใจลงทะเบียนออนไลน์ได้ที่ https://forms.gle/2Ssy8PfsHYSwLG8M7 ตั้งแต่วันนี้ - 15 กรกฎาคม 2563 ขอสงวนสิทธิ์ 1 คน/นิติบุคคลเฉพาะที่จดทะเบียนเท่านั้น สอบถามเพิ่มเติม โทร. 0 2564 7000 ต่อ 1368, 1381, 1301 หรืออีเมล chanaghan@nstda.or.th

ซอฟต์แวร์พาร์ค สวทช. เปิดรับผู้ประกอบการซอฟต์แวร์ไทยสร้างศักยภาพสู่สากล ด้วยมาตรฐาน CMMI®

สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) โดยเขตอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ประเทศไทย (ซอฟต์แวร์พาร์ค) ขอเชิญผู้ประกอบการซอฟต์แวร์ ที่มุ่งมั่นพัฒนาคุณภาพผลิตภัณฑ์และบริการ รวมถึงผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมอื่น ๆ ที่ต้องการประยุกต์ใช้และขอรับรองมาตรฐาน CMMI® สมัครเข้าร่วม “โครงการส่งเสริมให้ผู้ประกอบการได้รับมาตรฐาน CMMI® (Capability Maturity Model Integration Promotion Project) ปี 2563” เพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพกระบวนการพัฒนาและการบริการให้มีคุณภาพด้านซอฟต์แวร์ที่ดี เป็นมาตรฐานที่ยอมรับและได้รับความนิยมแพร่หลายทั่วโลก พร้อมสร้างศักยภาพอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ไทยสู่สากล โดยโครงการฯ จะให้ทุนสนับสนุนสูงสุดรายละ 800,000 บาท แก่ผู้ประกอบการที่ผ่านประเมินมาตรฐาน CMMI® แล้วอย่างเป็นทางการ เปิดรับสมัครตั้งแต่วันนี้ – 31 กรกฎาคม 2563 ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://www.swpark.or.th/cmmi/ หรือสอบถามงานปรึกษาด้านไอที โทร. 0 2583 9992 ต่อ 1431-3 หรือ อีเมล cmmi@swpark.or.th

รายงานข้อมูลสถานการณ์การติดเชื้อโควิด-19 ณ วันอาทิตย์ที่ 5 กรกฎาคม 2563 (ไม่มีผู้ติดเชื้อรายใหม่จากภายในประเทศ ติดต่อกันเป็นวันที่ 41)

🇹🇭🇹🇭ประเทศไทย
ผู้ติดเชื้อสะสม 3,190 ราย ใน 68 จังหวัด (เพิ่มขึ้น 5 ราย)
-ไม่มีผู้ติดเชื้อรายใหม่จากภายในประเทศ ติดต่อกันเป็นวันที่ 41
-และมีผู้ติดเชื้อในกลุ่มผู้ที่กลับจากต่างประเทศใน State quarantine เพิ่มขึ้น 5 ราย

เสียชีวิตรวม 58 ราย (ไม่มีรายงานผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นในวันนี้)

รักษาหายป่วยแล้ว 3,071 ราย (96.27%) (มีผู้ป่วยกลับบ้านเพิ่มขึ้น 5 ราย)

ผู้ติดเชื้อรายใหม่ที่เพิ่มขึ้นในวันนี้ 5 ราย เป็นผู้ที่เดินทางมาจากต่างประเทศและเข้า State quarantine ทั้งหมดเข้ารับการรักษาที่กรุงเทพมหานคร โดยมีรายละเอียดดังนี้

  • มาจากประเทศคูเวต 2 ราย
  • มาจากประเทศอินเดีย 1 ราย
  • มาจากสหรัฐอเมริกา 1 ราย
  • มาจากประเทศญี่ปุ่น 1 ราย

🌐 สถานการณ์โลกในวันนี้ เปรูขยับลำดับยอดผู้ติดเชื้อแซงหน้าสเปนขึ้นมาเป็นลำดับที่ 5 ของโลก เม็กซิโกมียอดผู้เสียชีวิตสะสมแซงหน้าฝรั่งเศส ขึ้นมาเป็นลำดับที่ 5 ของโลกแล้ว


สำหรับสถานการณ์ในอาเซียน อินโดนีเซียและฟิลิปปินส์ยังคงน่าเป็นห่วง โดยมียอดผู้ติดเชื้อรายใหม่มากกว่า 1,400 ราย ในขณะที่พม่าวันนี้มีผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่มขึ้น 7 ราย

ประมวลข้อมูลโดย กรมควบคุมโรค และศูนย์ปฏิบัติการด้านนวัตกรรมการแพทย์ และการวิจัยและพัฒนา สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษาฯ (อว.)

วว. ผนึกกำลังพันธมิตร นำ วทน. สร้างมูลค่าเพิ่มผลผลิตการเกษตร พืชอัตลักษณ์ จังหวัดเพชรบูรณ์

        กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม โดย สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) ดำเนินโครงการพัฒนาและขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากด้วยอัตลักษณ์จังหวัดเพชรบูรณ์ ผ่านการดำเนินงานโดยโครงการขับเคลื่อนเศรษฐกิจสังคมไทย  ด้วยการสร้างสรรค์คุณค่าเครื่องสำอางตามเอกลักษณ์ท้องถิ่น  หรือ Thai Cosmetopoeia   ผนึกกำลัง  4  หน่วยงานภาครัฐ/เอกชน  ได้แก่  จังหวัดเพชรบูรณ์  มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบูรณ์  สภาอุตสาหกรรมจังหวัดเพชรบูรณ์  อุทยานธรณีเพชรบูรณ์  มุ่งบูรณาการความร่วมมือพัฒนาองค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี นวัตกรรม สร้างมูลค่าเพิ่มผลผลิตการเกษตร พืชอัตลักษณ์ จังหวัดเพชรบูรณ์  (ในวันที่  2 กรกฎาคม 2563 ณ พุทธอุทยานเพชบุระ  อำเภอเมืองเพชรบูรณ์  จังหวัดเพชรบูรณ์)

    ดร.ชุติมา  เอี่ยมโชติชวลิต  ผู้ว่าการ วว. กล่าวว่า   วว. ดำเนินโครงการพัฒนาและขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากด้วยอัตลักษณ์จังหวัดเพชรบูรณ์  ผ่านการดำเนินงานโดย โครงการขับเคลื่อนเศรษฐกิจสังคมไทยด้วยการสร้างสรรค์คุณค่าเครื่องสำอางตามเอกลักษณ์ท้องถิ่น หรือ Thai Cosmetopoeia ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อนำองค์ความรู้ทางวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม พัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ “นวัตอัตลักษณ์เครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพของไทย”  ซึ่งถือเป็นการเพิ่มมูลค่าวัตถุดิบท้องถิ่นให้กลายเป็นผลิตภัณฑ์สร้างสรรค์ (creation values) เพื่อให้เป็นที่รู้จักในระดับชาติและช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากให้เกิดความยั่งยืน รวมทั้งส่งเสริมนโยบาย BCG ให้เกิดการขยายตัวอย่างสร้างสรรค์และยั่งยืน

ทั้งนี้เพื่อให้การดำเนินโครงการฯ ประสบผลสำเร็จเป็นรูปธรรม วว. จึงได้ลงนามความร่วมมือว่าด้วย “การใช้เทคโนโลยี ผลงานวิจัยและนวัตกรรม เพื่อการสร้างมูลค่าเพิ่มผลผลิตการเกษตรและพืชอัตลักษณ์ของจังหวัดเพชรบูรณ์”กับพันธมิตร 4 หน่วยงานภาครัฐและเอกชน  ได้แก่ จังหวัดเพชรบูรณ์  มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบูรณ์  สภาอุตสาหกรรมจังหวัดเพชรบูรณ์  และอุทยานธรณีเพชรบูรณ์  โดยมีระยะเวลาดำเนินงาน 2 ปี มีวัตถุประสงค์ความร่วมมือเพื่อเสริมสร้างความร่วมมืออย่างบูรณาการระหว่างกันตามยุทธศาสตร์ชาติและนโยบายของกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม จังหวัดเพชรบูรณ์ รวมทั้งภาครัฐและเอกชน ในการสนับสนุน ส่งเสริม และเสริมสร้างความเข้มแข็ง เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิต ชุมชน และสังคมสู่ความยั่งยืน

 

โดยมุ่งเน้นในการวิจัยและพัฒนาด้านเศรษฐกิจ สังคม และทรัพยากรธรรมชาติ ของจังหวัดเพชรบูรณ์   พัฒนาองค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม  เพื่อใช้เป็นพื้นฐานที่สำคัญในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ เกษตรและชีวภาพ อาหาร เวชสำอางไทย ผลิตภัณฑ์อื่นๆที่เพิ่มมูลค่าให้สูงขึ้น เพื่อตอบสนองความต้องการของตลาดในประเทศ และต่างประเทศ  รวมทั้งพัฒนาวิธีบริหารจัดการทรัพยากรในพื้นที่จังหวัดเพชรบูรณ์ให้มีการใช้ประโยชน์อย่างคุ้มค่า สร้างและรักษาเอกลักษณ์หรืออัตลักษณ์ของผลิตภัณฑ์ตามธรรมชาติของจังหวัดเพชรบูรณ์ไว้  เพื่อร่วมกันเผยแพร่ ประชาสัมพันธ์ และบูรณาการส่งเสริมการตลาด จากผลิตภัณฑ์ที่พัฒนาจากทรัพยากรท้องถิ่นของจังหวัดเพชรบูรณ์ให้เป็นที่รู้จักทั้งในประเทศ และต่างประเทศ รวมทั้งส่งเสริมและกระตุ้นให้เกิดการนำรายได้คืนสู่การพัฒนาและอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ รวมทั้ง ชุมชน ท้องถิ่น ที่เป็นฐานรากของทรัพยากรนั้นไว้ เพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืนและทั่วถึง (Inclusive growth) ต่อไป  

นอกจากนี้ จะพัฒนาความร่วมมือด้านการวิจัย การบริหารจัดการองค์ความรู้ และพัฒนากำลังคนด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ด้านอุตสาหกรรมชีวภาพและการพัฒนาอย่างยั่งยืนร่วมกัน  รวมทั้งเสริมสร้างด้านศักยภาพ องค์ความรู้ และทักษะ ด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม รวมทั้งหน่วยงานในจังหวัดเพชรบูรณ์ที่เกี่ยวข้อง และส่งเสริมนิสิต/นักศึกษาด้านวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี การใช้ห้องปฏิบัติการเพื่อการเรียนรู้ และทำงานวิจัยในด้านวิทยาศาสตร์เครื่องสำอาง อาหารเสริม หรือวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีอื่นๆ รวมทั้งการฝึกงานระดับบัณฑิตและมหาบัณฑิตศึกษา เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการวิจัยและพัฒนา  รวมทั้งผลักดันผลงานวิจัย และงานบริการด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีไปใช้ในการเสริมสร้างการเติบโตของธุรกิจด้านอุตสาหกรรมชีวภาพ  การประชาสัมพันธ์ผลงานด้านการวิจัยและพัฒนา รวมทั้งงานบริการวิเคราะห์ทดสอบด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เพื่อให้เกิดความเชื่อมั่นและเป็นที่ยอมรับในผลงานวิจัยของนักวิจัยไทยเพื่อก้าวสู่สากล

“ขอบเขตความร่วมมือในครั้งนี้ของ วว. และพันธมิตรจังหวัดเพชรบูรณ์ จะร่วมกันศึกษาและพัฒนางานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับทรัพยากรที่มีความเป็นอัตลักษณ์ของท้องถิ่นจังหวัดเพชรบูรณ์ เพื่อใช้ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ต่างๆ ส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีและให้แลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์ระหว่างองค์กรในการกำหนดแนวทางการพัฒนางานวิจัยให้ตรงกับความต้องการของผู้ประกอบการและตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศ  ร่วมกันสนับสนุน ผลักดันให้เกิดการนำผลงานวิจัยหรือผลิตภัณฑ์จากงานวิจัยที่เกิดจากความร่วมมือนี้ไปสู่การใช้ประโยชน์ในเชิงพาณิชย์ และร่วมผลักดันผู้ประกอบการของจังหวัดเพชรบูรณ์ ผู้ใช้ประโยชน์จากทรัพยากรในพื้นที่ของจังหวัดให้มีความสามารถด้านพัฒนาตนเอง ด้วยวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมให้ตอบสนองและก้าวทันต่อการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี และ นวัตกรรม รวมทั้งตลาดในอนาคต และร่วมกันส่งเสริม เผยแพร่ และประชาสัมพันธ์ตราสัญลักษณ์ Thai Cosmetopoeia, Phetchabun Geopark และผลิตภัณฑ์ของผู้ประกอบการในโครงการ กิจกรรม ที่ดำเนินการร่วมวิจัย” ผู้ว่าการ วว. กล่าว

ในโอกาสนี้ วว.  ได้จัดนิทรรศการโชว์ผลิตภัณฑ์ 3 กลุ่มผู้ประกอบการในพื้นที่จังหวัดเพชรบูรณ์ ได้แก่ กาแฟน้ำหนาว   ชาหญ้านางแดง  และผลิตภัณฑ์แปรรูปอาหารจากจุลไหมไทย   รวมทั้งนิทรรศการผลงานวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ความสำเร็จจากโครงการ Thai  Cosmetopoeia  อาทิ  ผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มฟังก์ชั่นจากมะขามหวาน “Nature Bright”  ซึ่งมีฤทธิ์ทางชีวภาพ ในการเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่เกิดขึ้นภายในเซลล์ กระตุ้นการทำงานของไมโทคอนเดรีย ต้านการอักเสบ ต้านการเกิดเม็ดสีผิว วว. ได้ถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตให้แก่ ห้างหุ้นส่วน ดร. เซอร์วิส จำกัด และได้รับทุนจากโครงการ Research Gap Fund จาก กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ในการผลิตระดับอุตสาหกรรม ณ โรงงานนวัตกรรมอาหาร หรือ FISP ของ วว. เครื่องสำอางจากสารสกัดเมล็ดมะขาม มีสรรพคุณเพื่อความกระจ่างใสและบำรุงผิวหน้า ซึ่งในท้องตลาดยังไม่มีผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางที่พัฒนาจากสารสกัดเมล็ดมะขาม ขณะนี้ได้ถ่ายทอดเทคโนโลยีแก่ บริษัท รีเสิร์ช เอ็กซ์ จำกัด (Research X Co.Ltd.)  ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวหน้าจากสารสกัดอะโวคาโด ซึ่ง วว. ร่วมดำเนินงานกับบริษัท เอสแอนด์เจ อินเตอร์เนชั่นแนล เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด (มหาชน) มีประสิทธิภาพต้านอนุมูลอิสระ ชะลอริ้วรอย ต้านการเกิดเม็ดสีผิว โดยใช้วัตถุดิบจากอำเภอเขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์ 

สนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม หรือขอรับการปรึกษาเพื่อพัฒนาพืชอัตลักษณ์ท้องถิ่นในรูปแบบเครื่องสำอาง ได้ที่ สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) โทร. 0 2577 9300 (ในวันและเวลาราชการ)  http://www.tistr.or.th  E-mail : tistr@tistr.or.th Line@TISTR

รายงานข้อมูลสถานการณ์การติดเชื้อโควิด-19 ณ วันเสาร์ที่ 4 กรกฎาคม 2563 (ไม่มีผู้ติดเชื้อรายใหม่จากภายในประเทศ ติดต่อกันเป็นวันที่ 40)

🇹🇭🇹🇭ประเทศไทย
ผู้ติดเชื้อสะสม 3,185 ราย ใน 68 จังหวัด (เพิ่มขึ้น 5 ราย)
-ไม่มีผู้ติดเชื้อรายใหม่จากภายในประเทศ ติดต่อกันเป็นวันที่ 40
-และมีผู้ติดเชื้อในกลุ่มผู้ที่กลับจากต่างประเทศใน State quarantine เพิ่มขึ้น 5 ราย

เสียชีวิตรวม 58 ราย (ไม่มีรายงานผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นในวันนี้)

รักษาหายป่วยแล้ว 3,066 ราย (96.26%) (ไม่มีผู้ป่วยกลับบ้านเพิ่มขึ้น)

ผู้ติดเชื้อรายใหม่ที่เพิ่มขึ้นในวันนี้ 5 ราย เป็นผู้ที่เดินทางมาจากต่างประเทศและเข้า State quarantine โดยมีรายละเอียดดังนี้

  • มาจากประเทศซูดาน 3 ราย เข้า State quarantine โดยเข้ารับการรักษาที่จังหวัดชลบุรี
  • มาจากสหราชอาณาจักร 1 ราย เข้า State quarantine โดยเข้ารับการรักษาที่จังหวัดชลบุรี
  • มาจากประเทศคูเวต 1 ราย เข้า State quarantine โดยเข้ารับการรักษาที่กรุงเทพมหานคร

🌐 สถานการณ์โลกในวันนี้ ยอดผู้ติดเชื้อรายใหม่ทั่วโลกยังคงอยู่ในหลักสองแสนราย ทำให้ยอดสะสมมีมากกว่า 11 ล้านรายแล้ว
เม็กซิโกขยับลำดับยอดผู้ติดเชื้อแซงหน้าอิตาลีขึ้นมาเป็นลำดับที่ 9 ของโลก
สำหรับสถานการณ์ในอาเซียน ยอดผู้ติดเชื้อสะสมของอินโดนีเซียมากกว่า 6 หมื่นรายแล้วในวันนี้ ในขณะที่ฟิลิปปินส์ทำสถิติรายงานผู้ติดเชื้อรายใหม่สูงที่สุดนับจากที่เคยรายงานมาอยู่ที่ 1,531 ราย ทำให้ยอดสะสมของฟิลิปปินส์อยู่ที่ 40,336 รายแล้ว

ประมวลข้อมูลโดย กรมควบคุมโรค และศูนย์ปฏิบัติการด้านนวัตกรรมการแพทย์ และการวิจัยและพัฒนา สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษาฯ (อว.)

นาโนเทค สวทช.-เธียรสุรัตน์ ร่วมมือวิจัยระบบกรองน้ำ

ศูนย์นาโนเทคโนโลยีแห่งชาติ (นาโนเทค) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) โดย ดร.วรรณี ฉินศิริกุล ผู้อำนวยการ (ที่ 2 จากซ้าย) พร้อมด้วย ดร.ภาวดี อังค์วัฒนะ รองผู้อำนวยการ (ที่ 1 จากซ้าย) และ นายเอกรัตน์ แจ้งอยู่ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เธียรสุรัตน์ จำกัด (มหาชน) (ที่ 2 จากขวา) ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ด้านการวิจัยและพัฒนา “การศึกษาวัสดุกรองน้ำหรือระบบกรองน้ำเพื่อคุณภาพน้ำตามมาตรฐานสำหรับการอุปโภคบริโภค” เพื่อพัฒนานวัตกรรมการกรอง วัสดุกรอง และระบบกรองน้ำในรูปแบบต่างๆ เพื่อคุณภาพน้ำสะอาด และนำไปสู่การต่อยอดใช้งานจริงในอนาคต – เมื่อเร็ว ๆ นี้ (2 กรกฎาคม 2563) ณ กลุ่มอาคารนวัตกรรม 2B อุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย จ.ปทุมธานี

พิพิธภัณฑ์การเกษตรฯ เปิดงานมหกรรม สืบสาน รักษา ต่อยอด Agri Museum Expo 2020 ไลฟ์สไตล์ NEW NORMAL


วันที่ 2 กรกฎาคม 2563 พิพิธภัณฑ์การเกษตรฯ เปิดงานมหกรรมสืบสาน รักษา ต่อยอด Agri Museum Expo 2020 เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทร มหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 28 กรกฎาคม 2563 และเผยแพร่ พระเกียรติคุณพระอัจฉริยภาพของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ด้านการเกษตร เชื่อมโยงกับการขับเคลื่อนปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ภาคการเกษตรสู่การพึ่งพาตนเอง ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 2 – 5 กรกฎาคม 2563 ตั้งแต่เวลา 08.00 – 17.00 น. ณ พิพิธภัณฑ์การเกษตรเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จ.ปทุมธานี


ผศ.ดร.ทวี วัชระเกียรติศักดิ์ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ คณะกรรมการสำนักงานพิพิธภัณฑ์เกษตรเฉลิม พระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว กล่าวภายหลัง เป็นประธานเปิดงานมหกรรม สืบสาน รักษา ต่อยอด Agri’.Museum.Expo.2020.ในครั้งนี้ “การเผยแพร่พระมหากรุณาธิคุณและพระอัจฉริยภาพของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทางด้านการเกษตร เป็นภารกิจสำคัญของสำนักงานพิพิธภัณฑ์เกษตรเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โดยเฉพาะเกษตรเศรษฐกิจพอเพียงตามแนวพระราชดำริในพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศรมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และพระราชปณิธานในพระบาทสมเด็จ พระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทร มหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ในการสืบสาน รักษา และต่อยอด งานมหกรรมเกษตรเพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว “สืบสาน.รักษา.ต่อยอด Agri’ Museum Expo 2020” ระหว่างวันที่ 2- 5 กรกฎาคม พ.ศ. 2563 เพื่อร่วมเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดี ศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 28 กรกฎาคม 2563 จึงถือเป็นนิมิตหมายอันเป็นมงคล ในการสืบสาน รักษา และต่อยอด ตามพระราชปณิธานด้านการเกษตร เพื่อการสร้างให้สังคมไทยให้อยู่เย็นเป็นสุข และมีคุณภาพชีวิตที่ดีจากการน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาประยุกต์ในการดำรงชีวิต ในสภาวการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา 2019 (Covid-19) ทำให้คนไทยทุกคนต้องปรับตัวให้เหมาะกับสถานการณ์ ซึ่งหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงเป็นแนวทางหนึ่งที่คนไทยสามารถศึกษาทำความเข้าใจ และนำมาปฏิบัติดังตัวอย่างที่เห็นได้ชัดเจนจากเกษตรกรเครือข่ายพิพิธภัณฑ์เกษตรฯ ที่สามารถดำรงชีวิตได้ในท่ามกลางวิกฤต ซึ่งผู้ที่มาร่วมงานสามารถเรียนรู้ผ่านนิทรรศการ “เกษตรกรรมยั่งยืน”และ“ฝ่าวิกฤต โควิด ด้วยเศรษฐกิจพอเพียง”ที่ได้รับความร่วมมืออันดีจากภาคส่วนต่างๆ กว่า 20 หน่วยงาน ที่มาร่วมกันถ่ายทอดและเผยแพร่องค์ความรู้เกษตรเศรษฐกิจพอเพียง”

ด้านนายสหภูมิ ภูมิธฤติรัฐ ผู้อำนวยการสำนักงานพิพิธภัณฑ์เกษตรเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว กล่าวเพิ่มเติมว่า “ภายในงานจัดให้มีกิจกรรมและนิทรรศการการเรียนรู้ อาทิ นิทรรศการพิเศษ “จักสืบ จักสาน อัตลักษณ์ วัฒนธรรมเกษตร”

นอกจากนี้ยังมีการอบรมวิชาของแผ่นดิน และอบรมเชิงปฏิบัติการส่งเสริมเรียนรู้ด้านเกษตร แก่ผู้เข้าร่วมกิจกรรม โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ โดยจำกัดผู้เข้าร่วมอบรมวิชาละ 40 คนเท่านั้น ลงทะเบียนที่หน้าห้องอบรม

พร้อมทั้งส่งเสริมการจำหน่ายสินค้าเกษตรอินทรีย์ สินค้าแปรรูป และผลผลิตทางการเกษตร กับตลาดนัดเศรษฐกิจพอเพียงและพิพิธภัณฑ์ได้เปิดให้เข้าชมและเรียนรู้พระอัจฉริยภาพของพระมหากษัตริย์ไทยด้านการเกษตร ด้วยการเข้าชมพิพิธภัณฑ์ในอาคารและแหล่งเรียนรู้ สืบสาน รักษา ต่อยอด Wisdom Farm ให้กับผู้ร่วมงานตลอดทั้ง 4 วัน

ทั้งนี้การดำเนินภายใต้มาตรการการป้องกันการแพร่ระบาดของ โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (Covid-19) ตามนโยบายของรัฐบาลอย่างเคร่งครัด พร้อมกันนี้เชิญคนไทยที่จะมาร่วมงานมหกรรมได้ร่วมมือกันในการดำเนินชีวิตแบบ New Normal เพื่อสุขภาพโดยรวมของตนเองและสาธารณะ
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทรศัพท์ 0-2529-2212-13 มือถือ 087-359-7171,094-649-2333 คลิกดูรายละเอียดที่ http://www.wisdomking.or.th และทาง facebook/Instagram: wisdomkingfan หรือLineID: @wisdomkingfan