สทน. เดินสายภูมิภาคดึงอาหารพื้นบ้านฉายรังสี ยกระดับความปลอดภัย – สร้างเศรษฐกิจชุมชน

รศ. ดร. ธวัชชัย  อ่อนจันทร์ ผู้อำนวยการสถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ สทน. เปิดเผยว่า จากปัญหาการปนเปื้อนของอาหารพื้นบ้านชนิดต่างๆ  เช่น ปลาร้า ปลาส้ม แหนม ลาบ ฯลฯ ซึ่งเป็นที่นิยมของผู้บริโภคในประเทศไทย ผู้บริโภคบางกลุ่มอาจจะชอบรับประทานแบบดิบ ๆ  เมื่อสิ่งปนเปื้อนที่อยู่ในอาหาร ไม่ว่าจะเป็นเชื้อโรคชนิดต่าง ๆ  พยาธิ  เข้าสู่ร่างกายจะเกิดภาวะอาหารเป็นพิษส่งผลให้ผู้บริโภคเจ็บป่วย หรือร้ายแรงจนถึงขั้นเสียชีวิต จากสถิติของกรมควบคุมโรค สถานการณ์โรคอาหารเป็นพิษในปีนี้ ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.-11 พ.ค. 63 มีรายงานผู้ป่วยแล้ว 29,253 ราย  และจากการตรวจสอบปลาร้าซึ่งเป็นสินค้าที่มีการกำหนดมาตรฐานผลิตภัณฑ์ชุมชนที่ผลิตออกจำหน่ายในเชิงพาณิชย์  โดยสุ่มตัวอย่างจากตลาดในกรุงเทพฯ  10 แห่ง นำมาตรวจวิเคราะห์โดยเน้นเชื้อโรคในกลุ่มเชื้อราและแบคทีเรียที่เป็นสาเหตุของอาการภูมิแพ้ อาหารเป็นพิษซึ่งทำให้มีอาการท้องร่วง ท้องเสีย อาเจียน และอาจทำให้เสียชีวิตได้ ผลปรากฏว่า 9 จาก 10 ตัวอย่างมีปริมาณเชื้อราสูงกว่ามาตรฐานผลิตภัณฑ์ชุมชนที่กำหนดไว้  และทั้ง 10 ตัวอย่างมีปริมาณแบคทีเรียสูงเกินกว่ามาตรฐาน ปัญหานี้ไม่เพียงแต่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนเท่านั้น  แต่ยังส่งผลกระทบถึงเศรษฐกิจและความเป็นอยู่ของคนในชุมชนด้วย  ตัวอย่างเช่น ปลาร้า ในแต่ละปีทั่วประเทศมีปริมาณการผลิตถึง 40,000 ตัน ยอดขายในประเทศ 800 ล้านบาท/ปี  และยอดส่งออกปีละ 20 ล้านบาท ดั้งนั้น ปัญหาคุณภาพ ความปลอดภัยของสินค้า จึงส่งผลกระทบต่อชุมชนค่อนข้างมาก

 วิธีการหนึ่งที่จะทำให้อาหารพื้นบ้านซึ่งเป็นที่นิยมเกิดความปลอดภัยต่อผู้บริโภค ปราศจากเชื้อปนเปื้อน คือการนำอาหารไปฉายรังสี  การฉายรังสีในปริมาณที่เหมาะสมจะช่วยฆ่าเชื้อที่ปนเปื้อนมากับอาหาร ทำให้อาหารปลอดภัยสำหรับผู้บริโภค โดยที่รสชาติ สี กลิ่น ไม่เปลี่ยนแปลง  ดังนั้น เพื่อส่งเสริมและยกกระดับคุณภาพ ความปลอดภัยของอาหารพื้นบ้าน  และส่งเสริมเศรษฐกิจของชุมชนให้เติบโตไปอย่างมั่นคง  สทน. จึงได้ทำเรื่องเสนอของบประมาณจากรัฐบาลตามมาตรการเร่งด่วนเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจโดยนำเสนอผ่านกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เพื่อนำเทคโนโลยีนิวเคลียร์ในรูปแบบต่าง ๆ ลงไปส่งเสริมกลุ่มวิสาหกิจชุมชน โดยเฉพาะ การฉายรังสีอาหาร โดยมุ่งเน้นไปที่อาหารพื้นถิ่นในแต่ละภูมิภาค ทั้งนี้ สทน.จะดำเนินการในรูปแบบการสร้างองค์ความรู้ การทดลองร่วมกัน และการจัดหาตลาดที่เหมาะสมให้กับชุมชน  และสนับสนุนให้นำผลิตภัณฑ์อาหารที่มีศักยภาพของชุมชน และอาหารที่มีความเสี่ยงต่อการปนเปื้อนจากเชื้อโรคต่างๆ มาฉายรังสีเพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ  ปลอดภัยสำหรับผู้บริโภค เพื่อช่วยยกระดับอาหารให้มีความปลอดภัยต่อสุขภาพผู้บริโภค มีอายุการจัดจำหน่ายที่ยาวนานขึ้น  และสามารถเพิ่มมูลค่าให้ผลิตภัณฑ์ที่จัดจำหน่ายอีกด้วย และจะเป็นพื้นฐานสำคัญที่จะนำไปสู่การขยายตัวของธุรกิจชุมชนต่อไปในอนาคต

อย่างไรก็ตาม สทน.ยังมีนวัตกรรมอื่นๆ ที่ชุมชนหรือเกษตรกรสามารถนำไปใช้ได้อีก อาทิ โครงการเปลี่ยนพื้นที่แห้งแล้งให้กลายเป็นพื้นที่เพาะปลูก พื้นที่เกษตรกรรม หรือผืนป่า โดยการใช้พอลิเมอร์ดูดซึมน้ำสูงในพื้นที่ภาคอีสานของไทย และโครงการการจัดการแมลงวันผลไม้ในพื้นที่กว้างเพื่อลดความเสียหายและเพิ่มมูลค่าให้ผลผลิตทางการเกษตรใน 6 พื้นที่ทั่วประเทศ โดยโครงการที่กล่าวมาข้างต้นนอกจากเป็นการนำเทคโนโลยีนิวเคลียร์ไปใช้ประโยชน์สำหรับภาคการเกษตรและชุมชน เพื่อให้เกิดการพัฒนาที่ยั่งยืนแล้ว ทั้งสองโครงการยังสามารถทำให้เกิดการจ้างงานประชาชนในพื้นที่เพิ่มขึ้นมากกว่า 500 อัตราตลอดการดำเนินโครงการ

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s